บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

1 มกราคม  2556 เป็นวันที่ต้องเข้าไปรับงานจากทาง Agency เดิมที่เคยดูแล Brand นี้อยู่ โดยมีการส่งมอบงานมาให้ ซึ่งจะต้องรับผิดชอบดูแล Brand นี้ ให้เติบโตต่อไป

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวที่จะเล่าในการทำงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 – 31 ธันวาคม 2556

โจทย์ของการทำงาน Online Marketing  (5W1H)

  1. What =   เรามีอะไรบ้างในการ Communication กับทางลูกค้า ?
  2. Where = เรามีสินค้าเราขายที่ไหนบ้าง / บริการหลังการขายอะไรบ้าง บลา ๆๆ ?
  3. When  =  เรามีขอบเขตหรือการ Communication ตรงไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ?
  4. Why  =    ลูกค้าต้องมาซื้อสินค้าเราทำไม เรามีคำตอบหรือคุยกับลูกค้าเราอย่างไร ?
  5. Who  =    ลูกค้าเราเป็นใคร ทำอะไรอย่างไร ?
  6. How  =    เราจะทำอย่างไรในการ Communication ?

จริง ๆ มันมีมากกว่า 5W1H  เพราะผมมองวิเคราะห์คู่แข่ง / ราคา ของแต่ละ Brand แล้วต้อง หา Community ที่เชียร์สินค้า หรือ พูดคุยกับสินค้าเราอีก ถามว่าทั้งหมดต้องทำงานกี่คน คือ ผมทำงาน เพียงคนเดียวนะ

เวลา 12 เดือน ที่ผ่านมา  หรือ  365 วัน ก็คงต้องทำงานทุกวัน ถึงแม้ บริษัท ให้วันหยุด เสาร์ อาทิตย์ หรือ ลาพักร้อนก็ต้องกลับมาเฝ้าหน้าจอ..เรื่องจริง ไม่อิงนิยาย (แต่ปัจจุบันมีการพูดคุยเรื่องวันหยุดแล้ว ทำงาน จ – ศ เพราะไม่งั้นคงต้องเขียนใบลาออกแล้วคือไม่ไหวจริง ๆ)

สิ่่งที่ เจ้านาย หรือ หัวหน้าต้องการ Output  จากตัวเราในการจ้างงาน ใน Online Marketing ? สรุปมาพอสังเขปดังนี้

1.แนวรุก เจาะให้ตรงกลุ่ม (Key message to target group)

  •    Content Marketing Key message ทุกอย่าง Product ทำเพื่อ Output ใน Social
    Network แล้ว วัดผล

2. แนวรับ ลูกค้า Negative Feedback หรือไม่เข้าใจ actions อย่างไร ใช้อะไรเป็นวิธีการจัดการ (Back office ทั้งหมดของ Social network) ในการตอบคำถาม
แนวการตอบโจทย์ สำหรับผม คิด สิ คิด ก็เลยเริ่ม ตีโจทย์ออกมาเป็นข้อ ๆ

A. จะทำอย่างไร ?  Product สินค้าที่ออกไป มีการกระจายสื่อออกไปในโลก Online มีคนดู หรือ อ่านกี่คน มี Actions หรือ พูดคุยอย่างไร ?

B. จะทำอย่างไร ? จะสื่อสาร Contents เกี่ยวกับสินค้า ให้เข้าใจง่ายขึ้น เพราะ Android ยาก ถ้าคนไม่เคยจับ

C. จะทำอย่างไร ? กับ สื่อโฆษณา โดยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว (Google Adwords / Facebook Ads)

D. จะประสานงาน กับ  Agency อย่างไร ? ตามงานที่นอกเหนือกับสิ่งที่เรารับผิดชอบ ตรวจงานแบบน่าเบื่อมาก

การแก้ปัญหาอย่างแรก ผมจับสินค้าทุกตัว ของบริษัท ฯ แล้วมาลองใช้งานทุกอย่าง  แล้วทำ Blog ใน Domain ตัวเอง เพราะ การไปสร้าง Contents / How -to ใน Website หลัก มันทำไม่ได้

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

ผลจากการเขียน How -to ใน Blog ตัวเอง ใครจะบอกหน้าม้าก็ต้องทำ ลดความซับซ้อนในการตอบคำถาม ลงไปเยอะมาก จาก Negative Feedback ช้า ไม่เข้าใจ มีภาพประกอบทำให้ลดเวลาไปเยอะที่เดียว

หลังจากทำ Contents เพื่อตอบโจทย์ในการทำการตลาดแล้ว ต่อไป คือ บริหารการจัดการ Data ที่เป็น Community  2 Ways ที่เข้ามาทาง After Service (หรือเรียกอีกอย่างว่า Admin Page )

ผมแบ่ง Category ไว้ประมาณ 5 หมวดหลักใหญ่ ๆ

A. Where To Buy  = ลูกค้าต้องการซื้อสินค้า ต้องซื้อที่ไหน

B. Hardware Software Information = ถามรายละเอียดเกียวกับ Hardware

C. Service Center  = ราคาต่าง ๆ ของการซ่อม Accessory / บลา ๆ

D. Software bug =   รายละเอียด app / Android Version

E. Reseller   = คือ ร้านตู้ หรือ ตัวแทนจำหน่ายอยาก จะรับสินค้าไปขายต่อ

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

เดิมที่ตั้งใจจะใช้ Chat Bot Message แต่เสนอแล้วไม่ผ่านก็ต้องมาใช้แบบ Manual ตอบ ไป เก็บ คำตอบ ลง Database แล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูล

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

ทั้ง Group A – E ผมจะเก็บลง Record ทุก Record แล้วมารวบรวม ในแต่ละเดือน (> 10000 Message ในรอบ 365 วัน)

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

ได้ผลลัพท์ น่าพอใจมาก สำหรับการ เริ่มต้นเก็บข้อมูล ในรอบ 1 ปี เราตอบคำถามกับลูกค้าไปแล้ว  10,000 กว่า ข้อความ ( โดยในแต่ละ Product สามารถ เช็คได้อีกว่า ลูกค้าพอใจ / ปัญหาของแต่ละเครื่อง / การส่งเข้าศูนย์ปัญหา ซ้ำ ๆ กันของเครื่องมีอะไรบ้างในแต่ละรุ่น  อาจจะเป็นพึ้นฐานที่เคยเขียน Microsoft Access ก็ได้มั้ง + การใช้ Microsoft SQL หรือ ภาษา SQL ทำให้เราเข้าใจว่าเก็บแล้ว ตีความออกมาอย่างไร )

ต่อไป คืองานแนวรุก (กับ Report ที่ต้องเสนอ หรือ จัดทำทุกเดือน)

จำสินค้า แต่ละรุ่น / ราคาทำอย่างไร ? 

ตัดสินใจใช้ Android Studio เขียน Product และ ราคาแต่ละรุ่น ไว้ใน app มือถือ เพื่อ Test เครื่องและจำราคา ของสินค้าแต่ละรุ่นไปในคราวเดียวกันเลย ยิงปืนนัดเดียวได้ 2 นก 2 ตัว ผลที่ได้ คือ จำสินค้า และ ราคาได้ทุกรุ่น คิดว่าจำได้แม่นคนเดียวใน office เลยมั้ง (ขอเบลอภาพสินค้าก่อน)

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

Report ใน Power point แต่เราไม่ชอบเลย เขียน PHP ทำใน Online 

และ การทำงานเป็น Admin Page การ Create Ads หรือ Contents มันต้องวัด ทุกอย่าง ? ซึ่งผมมองดู Power Point ในการนำเสนอมันยาก เพราะ 1 เดือน 40 กว่า Contents มัน รายงานยาก ก็เลยตัดสินใจ เขียน Back -Office / Font – end เพื่อง่ายต่อการนำเสนอ

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

โชคดีหน่อยที่พอเขียน PHP ได้ ก็เลยใช้ @ตัวแปร ของแต่ละ post มาทำการ บวก ลบ คูณ หาร ทำให้แยกออกมาว่า แต่ละ post มัน สร้าง Impact หรือ Communication มากน้อยได้ขนาดไหน จริง ๆ มีเขียนสูตรไว้ ให้เป็น Score ว่า  5 -4 – 3 -2 -1 แบบไหน ถึงจะดีในการ post แล้วก็อิง Score เพื่อจะได้ดูว่า กลุ่ม Target นั้น เขา HAPPY กับ Contents แบบไหน จบไปอีก 1 งาน เจอคำถามว่า ในแต่ละเดือน Post แล้วมีคนดูเท่าไหร่ ? เจอตอบไปหน้าเดียวว่า สินค้า มีคนอ่าน Read / Share แต่ละ Product เป็นจำนวนเท่าไหร่ ต่อปี เท่าไหร่ ต่อ Post เท่าไหร่

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

มาถึง ทางด้าน Google Adwords / Key word

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

บันทีการทำงาน Digital marketing

Keywords ก็ต้องไป Focus ที่คู่แข่งว่าเขาหาอะไรกัน ก็คือ เข้าไป Monitor ของแต่ละ Brand ที่ค้นหาสูงสุด แล้ว ก็ ดึง หรือ Copy ลงมา เป็น Keyword เราเองในการซื้อ Ads เรื่องนี้มันยาวมาก เพราะ มันมี Report ต่อ Ads Click / Google Display Network ไปหากลุ่ม Focus ที่เป็น Partner กับ Google แล้ว Target ไปที่ Website นั้น แล้วออกมาเป็น Report ROI ต่อการลงทุนในเงิน จำนวน xxx บาท เสียดายตรงนี้คือ เราไม่มีระบบ E-Commerce เอง เลยไม่สามารถวัด Goal ได้ว่า ใน เงิน 1 บาท สร้าง ยอดขายได้กี่บาท โดยการใช้ Goal ใน google analytic ที่เรียนมา

แชร์เรื่องราวตัวเองในรอบ 365 วัน ทฤษฎีไม่ค่อยจะมี แต่เข้าใจแล้วหละว่าการทำงานทางด้าน Online มันสำคัญกับ Data มาก ๆ ซึ่งใครเก็บ Data แล้ววิเคราะห์ออกมาได้ แล้วนำ Data ไปต่อยอดได้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในด้าน Online เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับ Performance ทำงานในปีที่ 2 เข้าปีที่ 3 จะเข้มข้นเรื่องของ การใช้ Data มาวิเคราะห์ กับกลุ่ม Segmentation รวมถึงการใช้ GDN / Google Search Keyword Marketing / โดยจะไปเขียนไว้อีก Blog ในส่วนของการทำ Online โปรดติดตามตอนต่อไป