7 หัวข้อที่ใช้ในการพิจารณาในการจ้างคนดูแล Content Marketing

7 หัวข้อที่ใช้ในการพิจารณาในการจ้างคนดูแล Content Marketing

7  หัวข้อที่ใช้ในการพิจารณาในการจ้างคนเขียน Content Marketing รวมถึงการบริหารจัดการ Social Network  และ เนื้อหาบน Website เอาประสบการณ์ตัวเองที่ได้เขียน Content Marketing  ทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์ให้เช่าที่ทำให้คนรู้จักเป็นอันดับ 1 ใน ระยะเวลาเพียง 2 ปี ต่อยอดมาถึงธุรกิจนำเข้าสมาร์ทโฟนที่เติบโตมาเป็นอันดับ 6 ในประเทศไทยมาเล่าแล้วกัน

1.เข้าใจวัตถุประสงค์เนื้อหา

Admin Page หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เขียน Content Marketing  หรือการเล่าเรื่องของเนื้อหา Storytelling  จะต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของเนื้อหา Content การเขียนเนื้อหา Content ก่อนว่าจะสื่อสารเข้ากับกลุ่มลุกค้าเป้าหมาย (Target Group) ไปยังลูกค้ากลุ่มใด,อายุเท่าไหร่,ใช้เนื้อหาคำแบบไหนที่ลูกเพจหรือ กลุ่มเป้าหมายที่สนใจเข้ามาอ่านแล้วถูกใจและอยากมีส่วนร่วม

เนื้อหาที่เล่าต้องพยายามโน้มน้าวเข้าประเด็น มากกว่า เนื้อหา Contentที่มุ่งขายสินค้าเพียงอย่างเดียว  ภาพที่นำมาลงประกอบ Content จะต้อง Relate หรือสัมพันธ์กัน (ภาพถ่ายเองดีที่สุด) จะไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ ที่จะถูกฟ้องร้อง สำหรับ Content ที่ขายสินค้าที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องพยายามเขียนให้เนียนมากที่สุด

2. นิสัยส่วนตัวต้องรักในงานบริการ

ต้องชอบและรักในงานด้านบริการเป็นทุนเดิม และเข้าใจว่าคนที่เข้ามาเยี่ยมชม หรือ เข้ามาที่แฟนเพจเรานั้น เขาเข้ามาเพื่ออยากได้ข้อมูล หรือ ต้องการการแก้ปัญหาให้เขา เพราะสินค้าที่ขายไปในท้องตลาด เวลามีปัญหาสินค้าและบริการ  แล้วแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อยากหาใครสักคนเป็นที่ปรึกษาในการระบายอารมย์หรือแก้ปัญหาให้เขาได้แบบทันที อาจจะมีการด่า/ไม่พอใจ/ ตำหนิ ต้องเข้าใจว่านี่แหละคืองานทางด้านบริการ ต้องรับสถานการณ์ให้ได้ และ รักในสิ่งที่จะทำ

3.ทำวิเคราะห์และปรับรูปแบบเนื้อหา Content Marketing ให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน

ระหว่าง เนื้อหา Content ที่เขียนแล้ว ทิ้งไว้ เฉย ๆ กับ Contents เนื้อหาที่มีการปรับอยู่ตลอดเวลาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย แบบหลังมักจะได้รับความน่าสนใจกว่า แต่จะทำให้ได้รับความสนใจก็ต้องดูว่าเนื้อหา Content Marketing อะไรที่เขียนแล้วได้รับความสนใจ เข้ามาจาก Website ช่องทางใด  / Refferer จาก Website เพื่อนบ้านไหน / Keyword อะไร ? เราก็ต้องคอยนำ Keyword ใหม่ ๆ เหล่านี้ มาเขียน Content ที่ดีขึ้นอยู่แล้ว ก็ให้ดีขึ้นต่อไปอีก

4. เก็บข้อมูลลูกค้า Customer  Journey เป็น

นอกจากการดูแลตอบคำถาม  Comment บน Online Platform ต่างๆ อาทิ Facebook, Instagram, Twitter, Youtube, Pantip, Line,Other ก็ต้องเรียนรู้ที่จะเก็บข้อมูลเป็นเช่น ข้อมูลที่เก็บมาประกอบไปด้วย อะไรบ้าง

Type Of Category :

A. คำถามประเภทนี้อยู่ในหมวดอะไร ? (เช่น ข้อมูลสินค้าและบริการ / ต้องการซื้อสินค้า / ตำหนิ /อื่น ๆ)

B. คำถามที่ถามมา (เป็นสินค้าประเภทอะไร?)

C. คำถามที่ถามมากที่สุด / ตำหนิ สินค้าและบริการ / อื่น ๆ

D.คนที่เข้ามาถามอายุ / เพศ / ซึ่งสามารถไปเอาข้อมูลจาก Facebook Analytics / หรือ Google Analytics มาประกอบกันได้

5. วิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลที่เก็บมาเป็น 

ข้อมูลที่เก็บมาต้องนำมาคำนวณ หรือวิเคราะห์ผลทางการตลาดได้ เช่น สินค้าที่ออกไปแล้ว และใช้ Social Networkไปแต่ละช่องทาง ได้ผลลัพท์มากน้อยขนาดไหน เช่นแบ่งออกเป็นดังนี้

A. ในช่องทาง Facebook มีสินค้าไหนที่ลูกค้าสอบถามเข้ามามากที่สุด

B. สินค้าอะไรที่ได้รับความนิยม / ชอบ / ตำหนิ / อืน ๆ

D. สรุปภาพรวมทุกอย่างที่เอาไปต่อยอดทางการตลาดได้ นำเสนอให้กับทางผู้บริหาร

6. พยากรณ์ได้หรือวิเคราะห์คู่แข่งในการแก้ Game ทางการตลาดได้

สำหรับส่วนตัวคือเป็นคนชอบเก็บข้อมูลอยู่แล้วจะ ทำระดับ  Advance ขึ้นไปอีกหน่อยคือการวิเคราะห์คู่แข่ง / ช่องทางของคู่แข่ง / Content Marketing ของทางคู่แข่งโดยใช้ Tool หลาย ๆ อย่าง แล้วปรับตัวใน Content Marketing สินค้าของทางเราเอง

การพยากรณ์ หรือ การคาดการณ์ไปล่วงหน้าเลยว่า Content Marketing ที่จะเล่าต่อไปในสัปดาห์หน้าทางคู่แข่งเขียนเล่าอะไร / เรามี Product สินค้าอะไรที่พอจะวัดหรือดีกว่า ก็เอา จุดเด่น แล้วเล่าว่ามันดีกว่าอย่างไร แต่ไม่ได้เขียนแบบโจมตี แต่เขียนให้ลูกค้าเข้าใจว่าได้ประโยชน์อะไร ในสินค้าและบริการของทางเรา

7. ขายงานเป็น

การสรุปรายงานก็เป็นเรื่องสุดท้ายจากการเขียน Content Marketing ทั้งหมด Content ที่เราเขียนได้รับความสนใจมากน้อยขนาดไหน / อาจจะมีการให้คะแนนแต่ละ Content / สินค้าอะไรที่ได้รับความนิยมมาก / ตำหนิมาก / ข้อตำหนิ / การปรับปรุงแก้ไข / อื่น ๆ เพื่อสรุปนำเสนอให้กับทางผู้บริหาร สำหรับคนที่ Advance หน่อย อาจจะไม่สรุปทำใน Power Point แต่ Report online ให้ผู้บริหารตัดสินใจได้ทันทีเลย